วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สรุปบทความ


การประกอบอาหาร

การประกอบอาหาร เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย  โดยทั่วไปแล้ว เด็กเล็กๆในวัยนี้มักจะไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้ช่วยทำอาหารเพราะเกรงในเรื่องความปลอดภัย   หากมองอีกแง่มุมหนึ่ง การประกอบอาหารเป็นกิจกรรม และ จัดว่าเป็นสื่อการสอนอย่างดีที่จะช่วยพัฒนาทักษะ ความรู้ และ ความเข้าใจในแนวคิดทั้งทางวิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ หากครู และ ผู้ปกครองให้ความช่วยเหลือเด็ก อยู่ใกล้ๆ และ คอยระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กในขณะทำอาหาร เด็กก็จะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมประกอบอาหารอย่างมาก เพราะเป็นกิจกรรมที่เด็กได้รับประสบการณ์ตรงตั้งแต่ขั้นเตรียมอุปกรณ์ และ ส่วนผสม  ส่วนประกอบที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารก็ล้วนแต่เป็นของจริง ทำให้เด็กเกิดความสนใจ และ ช่วยทำให้เด็กจดจำง่าย  ในขณะทำอาหาร เด็กต้องใช้การสังเกตปริมาณส่วนผสม ส่วนประกอบของอาหารที่จะทำ รวมถึงการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่นำมาทำเป็นอาหาร การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การเปรียบเทียบรสชาติ ในขณะทำอาหาร เด็กได้พัฒนาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับ ขนาด รูปร่าง ตัวเลข จำนวน สี การชั่ง ตวง การดมกลิ่น การรู้รส ซึ่งจะทำให้เด็กรับรู้ความเหมือน ความต่าง และ ความหมายของสิ่งที่เด็กได้รับรู้นั้น นอกจากนี้ เด็กก็ยังได้เรียนรู้ทักษะการจำแนก เช่น จำแนกส่วนประกอบอาหารที่นำมา เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะนาว ว่ามีรูปทรงกลมเหมือนกัน ขนาดต่างกัน รสชาติเปรี้ยวเหมือนกัน หรือ เด็กๆอาจจะแบ่งประเภทของอาหารตามเกณฑ์อื่นๆ เช่น สี จำนวน รูปร่าง และ ประเภท ในการจัดกิจกรรมประกอบอาหารนี้ครูอาจจะสร้างสถานการณ์เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ได้ด้วย เช่น ให้เด็กๆช่วยกันคิดว่า ถ้าเราจะลองทำไข่ยัดไส้ เด็กๆอยากจะใส่ส่วนผสมอะไรได้บ้าง

คำถามที่ครูใช้ควรเป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้เด็กได้คิด ตอบ แสดงความคิดเห็น ซึ่งจะเป็นขั้นตอนการสื่อสารที่เด็กได้พัฒนาทางด้านภาษาอีกด้วย เด็กจะได้เรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน เช่น เมื่อครูจะจัดกิจกรรมให้เด็กทำ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เด็กบางคนไม่เคยรับประทานก็อาจจะไม่ทราบว่าเป็นอาหารที่มีลักษณะอย่างไร แต่เพื่อนที่เคยมีประสบการณ์ เคยเห็นคุณแม่ทำให้รับประทานก็บอกได้ว่า ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมีลักษณะอย่างไร นอกจากนี้ ครูอาจจะตั้งคำถามให้เด็กๆช่วยกันอภิปรายว่า ถ้าน้ำเชื่อมที่เด็กๆช่วยกันทำมีรสหวานมากเกินไป เด็กๆจะทำอย่างไรให้น้ำเชื่อมมีรสชาติหวานน้อยลง

                ในขั้นตอนการทำอาหาร ครูอาจจะส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ทักษะการทำนาย โดยให้เด็กๆได้ช่วยกันคาดคะเนวางแผนก่อนลงมือทำอาหาร โดยตั้งคำถามว่า ถ้าหากใส่น้ำตาลลงไปในขณะที่น้ำยังร้อนอยู่ เด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น” “ถ้าผสมผงแป้ง กับ น้ำ เด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นครูให้เด็กๆลองลงมือทำอาหารด้วยตนเอง แล้วค้นหาคำตอบด้วยตนเองโดยการใช้ประสาทสัมผัส  จะเห็นว่า ในการสอนทำอาหารเพื่อพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์นั้น ครูจะเป็นผู้ที่มีบทบาทเป็นเพียงผู้ช่วยให้คำแนะนำ ผู้วางแผนกิจกรรมขั้นต้น ช่วยเตรียมอุปกรณ์ในการทำอาหาร จัดห้องเรียนให้เหมาะสมในการสอนทำอาหาร กระตุ้นการเรียนรู้โดยให้เด็กๆใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์


             นอกจากกิจกรรมการประกอบอาหารจะส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ และ สนุกกับการเป็นผู้ลงมือทำอาหารด้วยตนเองแล้ว กิจกรรมประกอบอาหารยังส่งเสริมให้เด็กๆได้พัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย...click










วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สรุปความรู้จากการดูคลิป การสอนวิทยาศาสตร์ในระดับเด็กปฐมวัย

สรุปความรู้จากการดูคลิป การสอนวิทยาศาสตร์ในระดับเด็กปฐมวัย


สัปดาห์วิทยาศาสตร์ในระดับชั้นปฐมวัย ของ โรงเรียนลัมแบรต์พิชญาลัย จ.จันทบุรี

เรียนรู้เรื่องไฟ



ฐานที่1 พลังงานความร้อน
ครูจะบอกเด็กๆก่อนว่าพลังงานความร้อนนั้นมีทั้งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แล้วก็ที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ให้แสงสว่างแกเรานั้น คือแสงจากอะไร เด็กตอบว่า จากดวงอาทิตย์  ครูบอกต่อว่าพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้นก็คือพลังงานไฟฟ้า เช่น พัดลม หลอดไฟ
จากนั้นครูก็จะให้เด็กดูว่า ถ้าเกิดคลื่นความร้อนขึ้นมา มันจะเกิดอะไรขึ้น ครูจุดตะเกียง ถามเด็กว่า ตอนที่ครูจุดตะเกียงมันเกิดอะไรขึ้น เด็กก็ตอนว่าความร้อน ครูก็หยิบกังหันขึ้นมา แล้วถามว่ากังหันมันจะเป็นยังไงถ้าเราเอาไปใกล้ไฟ เด็กตอบว่ามันร้อน ครูก็จะถามต่อว่ามันหมุนไหม เด็กๆก็ไม่มีคนตอบ จากนั้นครูก็ทดลองให้เด็กๆดู นำกังหันไปใกล้ไฟ ที่ด้านบนเปลวไฟ กังหันก็หมุน ครูก็นำกระดาษที่ตัดเป็นเส้นยาว เป็นวงกลมไปจ่อไว้ใกล้ๆไฟ กระดาษนั้นก็หมุนเป็นวงกลม ครูก็ถามว่ามันหมุนได้ยังไง เราก็ไม่ได้เปิดพัดลม จากนั้นครูก็ให้เด็กทุกคนได้ลองทำการทดลองนี้ดู โดยคุณครูดูแลอย่างใกล้ชิด พอเด็กได้ลองทำกันหมดทุกคนแล้ว ก็มาสรุปความรู้ร่วมกัน เพราะว่าอากาศที่เป็นความร้อน เครื่องที่ขึ้นสู่ด้านบน ทำให้วัตถุหมุน จากนั้นครูก็ให้เด็กทำใบงาน

ฐานที่2 ตัวดูดความร้อน
                ครูมีอุปกรณ์ให้กับเด็ก ๆ  แล้วถามว่ามันคืออะไร เด็กก็จะตอบว่า  ตุ๊กตา  ครูถามต่อว่าตุ๊กตาทำมาจากอะไร  เด็ก ๆ  ก็จะตอบว่าทำมาจากผ้า  อุปกรณ์ต่อไปเป็นช้อนครูถามว่าทำมาจากอะไรเด็กตอบว่าทำมาจากพลาสติก  ต่อไปก็เป็นช้อนเหมือนกันแต่เป็นช้อนทำมาจากสแตนเลส  ครูจะให้เด็กๆ พูดตามว่า  สแตนเลส  ครูถามว่าช้อนสองชิ้นนี้เหมือนกันไหม  เด็กก็ตอบว่าไม่เหมือน  มีไม้  มีผ้า  ตามลำดับ  ครูก็ชี้ไปที่ตะเกียง  แล้วให้เด็กพูดว่า  ตะเกียง  แล้วคุณครูก็จุดไฟ  ครูจะถามเด็กก่อนว่าไฟอันตรายไหม  ถ้าคุณครูจุดไฟเด็ก ๆ  อย่าเข้ามาใกล้  จากนั้นครูก็ถามว่าจะทดลองอันไหนก่อน  เด็กบอกช้อนสแตนเลสกับผ้า  ครูก็นำช้อนสแตนเลสไปอังไว้ที่ไฟ  จากนั้นคุณครูก็ให้เด็กสัมผัสของทั้ง2สิ่ง ว่าสิ่งไหนร้อนกว่ากัน  โดยบอกเด็กๆ  ว่าอย่าพึ่งตอบให้เก็บไว้ในใจก่อน  พอเด็ก ๆ  ได้สัมผัสเสร็จทุกคน  คุณครูก็ถามว่าอันไหนร้อนกว่ากัน  เด็ก ๆ  ก็บอกว่าช้อน  เพราะว่ามันเป็นช้อนสแตนเลสเก็บความร้อนและดูดได้ดีกว่าผ้า  จากนั้นก็เป็นอุปกรณ์ชิ้นต่อไปหมีกับไม้  เด็กก็บอกว่าไม่ร้อน  เพราะว่าไม้กับหมีที่ทำมาจากผ้านั้นไม่ดูดความร้อน  จากนั้นก็ให้เด็กสรุปความรู้โดยคุณครูชูอุปกรณ์แต่ละชิ้นขึ้นมา  เด็กๆ  ก็จะตอบตามสิ่งของที่คุณครูยกขึ้นมา  มีช้อนอันเดียวที่ดูดความร้อนได้  จากนั้นครูก็ให้เด็กทำใบงาน

ฐานที่3  ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งแสงสว่าง
                คุณครูจะนำกระป๋องเจาะรู  2 ที่  ด้านบน  1  รู  ด้านข้าง  2  รู  แล้วก็มีไฟฉายพอคุณครูเอาไฟฉายส่องที่ด้านข้างกระป๋อง  ครูให้เด็กเอาตาส่องจากด้านบนแล้วก็สังเกตว่าข้างในมีอะไรพอเด็กเห็นแล้วก็เอามีปิดรูด้านข้างไว้แล้วก็ส่องลงไปอีก  แล้วคุณครูก็ถามเด็กๆ  เห็นอะไรไหม  เด็ก ๆ  ลองสังเกตดู  จากนั้นคุณครูก็ให้เด็กๆ  ได้ทดลอง  ได้สังเกตดูในกระป๋องแบบที่มีไฟฉายส่องและไม่มีไฟฉายส่องครูก็ถามว่า ถ้าเอาไฟฉายออกเด็ก ๆ  จะเห็นไหม  เด็ก ๆ ก็จะตอบว่า  ไม่เห็น ถ้าเอาไฟฉายส่องเราเห็นอะไรในกระป๋อง เด็กตอบลูกแก้วแสดงว่าเราต้องได้รับแสงสว่างเราถึงจะมองเห็นวัตถุที่อยู่ในกระป๋อง  แล้วถ้าเราปิดเราก็จะมองไม่เห็นวัตถุที่อยู่ในกระป๋อง  แสดงว่าความมืดไม่ทำให้เรามองเห็นวัตถุได้ 

จากการจัดงานวิทยาศาสตร์นี้  เด็กจะได้ทดลอง  สัมผัส  และสังเกตด้วยตัวเอง  เด็กก็จะได้พูดคุย  ตอบคำถามที่คุณครูถาม และเด็กก็ได้แสดงออกทางความรู้โดยการทำใบงานว่าสิ่งที่ตนเรียนมานั้นรู้มากแค่ไหน








วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Post-Teaching Report 13

Post-Teaching Report  13
Science Experiences Management for Early Childhood
Miss  Jintana  Suksamran
November  13, 2014
Group 101 (Thursday) Time 08.30 – 12.30 PM.


-Content (เนื้อหา)-
กิจกรรมในวันนี้ เพื่อนๆนำเสนอวิจัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ทั้งหมด7คนดังนี้


น.ส กมลพรรณ แสนจันทร์ 






น.ส. ชนัฐถ์นันท์ แสวงชัย





-Teaching methods (วิธีการสอน)-
       -สอนแบบลงมือกระทำ ค้นหา แล้วก็นำเสนอ
       -สอนแบบอธิบายเพิ่มเติมจากเรื่องที่ได้ฟัง
       -สอนแบบใช้คำถาม ให้เด็กได้คิดหาคำตอบหลายๆอย่าง
       -สอนให้รู้จักวิธีการพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียน
                                                           
-Benefits (ประโยชน์ที่ได้รับ)-
         -สามารถนำวิจัยที่นำเสนอนั้นมาปรับใช้กับงานวิจัยของเราหรือกับการจัดกิจกรรมได้
         -สามารถนำเครื่องมือต่างๆในงานวิจัยไปสอนเด็กๆได้
         -การทำงานวิจัยนั้น ทำเพื่อให้รู้ถึงปัญหาและการแก้ปัญหาของเด็ก
         -เราสามารถนำคำศัพท์หรือคำสามัญต่างๆที่มีอยู่ในงานวิจัย ไปค้นหางานวิจัยหรือใช้ในการบอกความหมายได้ง่ายขึ้น

-Evaluation  (การประเมินผล)-
ตนเอง ตั้งใจฟังเพื่อนๆนำเสนองานวิจัย มีการจดบันทึกในช่วงแรกๆ มีส่วนร่วมในการตอบคำถาม เสนอความคิดเห็น มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย
เพื่อน – เพื่อนๆตั้งใจนำเสนองานวิจัยของตัวเอง แล้วก็ตั้งใจฟังเพื่อนที่นำเสนอวิจัย ตอบคำภาม ซักถามเมื่อมีข้อสงสัย บรรยากาศในชั้นเรียนสนุกสนาน มาเรียนตรงต่อเวลา

อาจารย์  - อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายเหมาะสม เวลาเพื่อนๆนำเสนอวิจัยเสร็จ ก็จะมีการอธิบายเพิ่มเติม แล้วก็มีคำถามให้เพื่อนๆได้คิด ได้หาคำตอน ทั้งยังถามเพื่อนที่นำเสนอวิจัยด้วยว่าเข้าใจมากแค่ไหน อาจารย์จะเน้นกระบวนการเน้นตัวกิจกรรมของงานวิจัย  





วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Post-Teaching Report 12

Post-Teaching Report  12
Science Experiences Management for Early Childhood
Miss  Jintana  Suksamran
November  6, 2014
Group 101 (Thursday) Time 08.30 – 12.30 PM.


-Content (เนื้อหา)-
กิจกรรมในวันนี้ เป็นการส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกไปนำเสนอ แผนการสอน ของกลุ่มตัวเอง

กลุ่มที่1 ชนิดของกล้วย (Types of bananas)
  อาจารย์ได้แนะนำไปว่า ควรนำกล้วยของจริงมาสอน ควรใช้สื่อที่เป็นของจริง พอสอนเสร็จแล้ว ควรมีการบูรณาการเข้ากับวิชาคณิตศาสตร์โดยการนับเลข แล้วนำตัวเลขอารบิกไปติดตามจำนวนของกล้วยแต่ละชนิด



กลุ่มที่2 ลักษณะของไก่ (Appearance of chicken)
ครูใช้คำถามปลายเปิดว่า ส่วนประกอบของไก่มีอะไรบ้าง  อาจจะให้เด็กหลับตาแล้นำส่วนประกอบของไก่มาต่อๆกันเป็นภาพ ครูต้องอยู่หลังสื่อ



กลุ่มที่3 วัฏจักรของกบ (Cycle of a frog)
ครูนำวีดีโอวัฏจักรของกบมาให้ดู แล้วก็ถามคำถามกับเด็กเมื่อดูวีดีโอจบ ใช้คำถามในลักษณะ Who What  Where When Why



กลุ่มที่4 ประโยชน์และข้อควรระวังของปลา (Benefits and Cautions of fish.)
ครูเล่านิทานเกี่ยวกับประโยชน์และข้อควรระวังของปลาให้ฟัง จากนั้นก็ใช้คำถามปลายเปิด



กลุ่มที่5 ทาโกะยากิข้าว (Takoyaki rice)
เป็นการประกอบอาการที่เกี่ยวกับข้าว ใช้ของที่ง่ายๆ แล้วก็สอนเด็กๆทำ ดูแลอย่างใกล้ชิด


VDO การทำทาโกะยากิข้าว (The takoyaki rice)



กลุ่มที่6 ชนิดของต้นไม้ (Types of  trees)
ใช้การจำแนกชนิดของต้นไม้ที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็บอกจำนวนที่มากกว่าน้อยกว่า



แผนการสอนเรื่อง "ต้นไม้"



กลุ่มที่7 ลักษณะของนม (Appearance of  Milk)
เป็นการทดลอง โดยการหยดสีลงบนนมแล้วก็หยดน้ำยาล้างจานลงไปบนสีอีกที น้ำยาล้างจานนมก็จะทำปฏิกิริยากัน สีที่อยู่บนนมก็จะเคลื่อนที่ไปมา


VDO นมสายรุ้ง (Rainbow milk)




กลุ่มที่8 การอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation)
ครูเล่าเรื่องการอนุรักษ์ให้เด็กๆฟัง แล้วก็ถามวิธีการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ จากนั้นก็ให้ทำป้าย ห้ามทิ้งขยะลงแม่น้ำ



กลุ่มที่9 การปลูกมะพร้าว (Coconut plantation)
ครูก็จะร้องเพลงเกี่ยวกับมะพร้าว แล้วก็นำขั้นตอนการปลูกมะพร้าวมาให้เด็กได้ดู นำภาพมาต่อเป็นขั้นตอนของการปลูกต้นมะพร้าว



กลุ่มที่10 ผลไม้ผัดเนย (Stir butter fruit)
ครูร้องเพลงให้เด็กๆรับรู้ข้อตกลงจากนั้นก็สาธิตการทำอาหาร แล้วก็ให้เด็กๆช่วยกันทำด้วย ควรจัดโต๊ะแบ่งเป็นโซนต่างๆเด็กได้เข้าถึงอย่างชัดเจน


VDO การทำผลไม้ผัดเนย (The Stir butter fruit)



-Teaching methods (วิธีการสอน)-
       -สอนแบบลงมือกระทำ นำเสนอผลงานของตัวเอง
       -สอนแบบให้เด็กอธิบายก่อน แล้วอาจารย์ก็จะอธิบายเพิ่มเติมให้ถูกต้องมากยิ่งขั้น
       -สอนแบบใช้คำถาม

                                                           
-Benefits (ประโยชน์ที่ได้รับ)-
          -สามารถนำไปเขียนแผนการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง
         -ทำให้เราได้ลงมือกระทำจริงๆทำให้เด็กมีความมั่นใจมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้
         -การสอนในเรื่องต่างๆเราต้องระวัง เช่นการทำอาหาร ควรระวังเรื่องความปลอดภัยของเด็กให้มากๆ
         -สามารถจัดการเรียนการสอนในแต่ละหน่อย แต่ละวันได้อย่างถูกต้อง


-Evaluation  (การประเมินผล)-
ตนเอง ตั้งใจฟังเพื่อนๆนำเสนอแผนการสอน มาเรียนตรงต่อเวลา แต่กายเรียบร้อย มีการถ่ายรูป วีดีโอ มาอัพ สามารถต่อยอดให้กับคนที่อยากดูได้
เพื่อน – เพื่อนๆตั้งใจนำเสนอแผนการสอนของตัวเอง พร้อมรับฟังคำติชม แล้วก็นำไปแก้ไขในครั้งต่อไป มีความสนุกสนานในห้องเรียน
อาจารย์  - อาจารย์ให้พวกเราเลือกว่าจะให้นำเสนอไปแนะนำไป หรือนำเสนอเสร็จแล้วค่อยแนะนำ พวกเราก็ได้มีโอกาสเลือกตามเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการดีมาก ทำให้เด็กมีตัวเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเอง อาจารย์แนะนำวิธีการสอนต่างๆ ทำให้เราได้รับเทคนิคมากขึ้น มาสอนตรงต่อเวลา แต่งกายเหมาะสม







สรุปความรู้ที่ได้ดู เรื่อง อากาศ Weather




อากาศ Weather











วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Post-Teaching Report 11

Post-Teaching Report  11
Science Experiences Management for Early Childhood
Miss  Jintana  Suksamran
October  30, 2014
Group 101 (Thursday) Time 08.30 – 12.30 PM.


-Content (เนื้อหา)-
อาจารย์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อนำไปสอนเด็ก แล้วก็ร่มหาคำตอบ ตอบคำถามไปพร้อมๆกัน




 การเกิดการเรียนรู้ (The learning)



VDO –Experiment (การทดลอง)-


-การจมการลอย (click)

(ดินน้ำมัน , กระดาษ)


-น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ (click)

-น้ำพุจากขวด (click)

-แก้วดับเทียน (click)

-แก้วดูดน้ำ (click)

 -ปากกาในแก้ว (click)



-Teaching methods (วิธีการสอน)-
       -สอนแบบลงมือกระทำ
       -สอนแบบอธิบายเพิ่มเติมนอกจากเนื้อหา
       -สอนแบบใช้คำถาม
        -สอนแบบร่วมกันคิดหาคำตอบ
       -สอนให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหา
                                                           
-Benefits (ประโยชน์ที่ได้รับ)-
          -สามารถนำการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆไปสอนเด็ก เด็กก็จะสนุก เกิดคำถามแล้วก็ร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆกัน
         -ทำให้เราได้ลงมือกระทำจริงๆ มีประสบการณ์จริง แก้ไขปัญหาต่างๆได้
         -ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน สามารถหาเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้อื่นได้ เช่น ห้องสมุก
        
       
-Evaluation  (การประเมินผล)-
ตนเอง – ตั้งใจเรียนและตอบคำถาม มีส่วนร่วมในชั้นเรียน มาเรียนตรงต่อเวลา แต่กายสุภาพ มีความพร้อมที่จะเรียน มีการจดและบันทึกภาพระหว่างการเรียนการสอน เพื่อให้ไม่ลืมการเรียนการสอนในครั้งต่อไป
เพื่อน – เพื่อนๆตั้งใจเรียน ตั้งใจตอบคำถามมีส่วนร่วมในชั้นเรียน สนุกสนาน ตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆในห้องเรียน
อาจารย์  - มีการทดลองมาให้นักศึกษาได้ทดลอง ทำให้บรรยากาศการเรียนในวันนั้นมีความสนุกสนาน อาจารย์มีความพร้อมที่จะสอนอย่างเต็มที่ ตรงต่อเวลา แต่กายสุภาพ